หอยลายผัดพริกเผา

ส่วนผสมสำหรับทำหอยลายผัดพริกเผา

หอยลาย สดๆ 1 จาน
ใบโหระพา 1 หยิบมือ ประมาณ 10-15 ใบ
น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำกะทิ 2 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
พริกชี้ฟ้าบด 1 ช้อนโต้ะ
กระเทียมสดบด 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมันพืชสำหรับผัด 2 ช้อนโต้ะ
วิธีทำหอยลายผัดพริกเผา

เริ่มจาก การตั้งกระทะน้ำมัน ใช้ไฟปานกลาง ใส่พริกเผาและกระเทียมลงไปผัดเลย ไม่ต้องรอให้กระทะร้อน ผัดไปเรื่อยๆ ความร้อนของกระทะจะเพิ่มขึ้น เมื่อพริกแกงเริ่มส่งกลิ่นหอม ให้ปรุงรส
โดยใส่ น้ำกะทิ น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา ลงไปผัดผัดให้ส่วนผสมละลาย
จากนั้นใส่หอยลายลงไปผัด ผัดไปเรื่อยๆ ให้ความร้อนของกระทะทำให้หอยสุก โดยหอยจะอ้าปากแสดงว่าเริ่มสุกแล้ว
ใส่พริกชี้ฟ้าลงไป และ ใส่ใบโหระพาลงไปผัด ให้ได้กลิ่นหอม ปิดไฟ เสริฟใส่จานพร้อมรับประทานได้
เคล็ดลับการทำหอยลายผัดพริกเผา

การเตรียมอาหารประเภทหอย โดยเฉพาะหอยลาย ให้แช่น้ำไว้ก่อน 1 คืน ให้หอยคายดินออกมาก่อน หากไม่ให้หอยคายดินเวลานำมาทำอาหารจะมีดินในเนื้อหอย ไม่อร่อยกินไม่ได้
การผัดหอยให้สุก การทำผัดหอยลาย ให้นำหอยลายมาลวกน้ำร้อนก่อน เป็นการทำให้หอยอ้าปากและคายดินด้วย
หอยลายต้องใช้หอยตัวใหญ่ๆ และสดใหม่ เนื่องจากหอยตัวเล็กบางทีไม่มีเนื้อให้รับประทาน
เทคนิคการผัดน้ำพริกเผาให้ใส่น้ำพริกเผาลงไปผัดขณะกระทะยังไม่ร้อนได้เลย ไม่ต้องรอให้กระทะร้อน เพราะ กลิ่นของพริกแกงจะค่อยๆออกมา หากไฟร้อนเกิน จะไหม้ก่อนหอม
น้ำตาล ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหอมและความหวานของน้ำตาลปี๊บเหมาะสำหรับทำอาหารไทย
ใบโพระพา หากผัดเลยเมื่อใบโหระพาโดนความร้อนจะหายกลิ่นหอม ดังนั้นให้ผัดในขั้นตอนสุดท้าย ให้ความหอมของใบโหระพาได้ทันที
สำหรับเมนูผัดพริกเผา หากท่านไม่ชอบหอยลาย สามารถเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นเนื้อสัตว์ชนิกอื่นๆได้ เช่น ปลาหมึก เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อกุ้ง หรือ เนื้อปลา แต่เนื้อปลา จะทำยากหน่อย เนื่องจากเนื้อปลาหากสุกจะเละ แต่แก้ปัญหาด้วยการนำไปทอดก่อนจึงจะกินได้ง่ายขึ้น
หอยลายผัดพริกเผาไม่เน้นรสเผ็ด พริกจึงเลือกใช้พริกชี้ฟ้าที่รสชาติไม่เผ็ดมาก ให้สีสันที่สวยงาม

กุ้งผัดผงกะหรี่

ส่วนผสมสำหรับทำกุ้งผัดผงกะหรี่

กุ้งกุลาดำ 7-8 ตัวกุ้งตัวใหญ่ๆ แกะเปลือก ผ่าเส้นที่หลัง และ เอาหัวออก
ต้นหอมให้เป็นท่อน 1 ต้น
ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต้ะ
หอมหัวใหญ่ หั่นเป็นชิ้น 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ
พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง 3-4 เม็ด
ไข่ไก่ 1 ฟอง
คึ่นช่าย หั่นเป็นท่อน 1 ต้น
น้ำมันพืชสำหรับผัก 1 ช้อนโต้ะ
วิธีทำกุ้งผัดผงกะหรี่

เริ่มจากการล้างกุ้งให้สะอาดก่อน จากนั้น ปรุงรสไข่ก่อน โดย ตอกไข่ ใส่ผงกะหรี่ น้ำตาลปี๊บ ซีอิ้วขาว ซอสน้ำมันหอยและ เกลือ ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน และ น้ำตาลละลายก่อน
ตั้งกระทะน้ำมันให้ใส่กุ้งลงไปผัดให้สุก จากนั้นใส่ไข่ไก่ปรุงรสชาติลงไป ผัดเร็วๆ ให้ส่วนผสมสุก ใ่ส่นมค้นจืดลงไป
ใส่หอมหัวใหญ่ คื่นฉ่าย พริกชี้ฟ้า และ ต้นหอม ปิดไฟ
เสริฟอาหารใส่จานพร้อมรับประทาน
เคล็ดลับการทำกุ้งผัดผงกะหรี่

เนื้อกุ้ง ให้เลือกกุ้งที่สดๆ การสังเกตุกุ้งที่สด ดูจาก สภาพของกุ้ง ลักษณะความสมบูรณ์ของกุ้ง เปลือก และ เนื้อกุ้ง ยังแน่น ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า
การผัดกุ้ง เนื่องจากกุ้งสุกง่าย และเมื่อกุ้งสุดเกินไป จะทำให้กุ้งเนื้อแข็งกระด้างไม่น่ารับประทาน การผัดกุ้งนั้น ต้องผัดให้พอดี จะได้ผัดกุ้งผงกะหรี่ที่พอดี
การเพิ่มความมันของ เมนูผัดผงกะหรี่ นั้น ใช้ความมันของนมข้นจืด หลายๆ คน ใช้ความมันของจากกะทิ ซึ่งสามารถใช้แทนกันได้
การผัดไข่ สำหรับผัดผงกะหรี่ ให้ผัดไข่ข้นๆ ผัดจนเนื้อไข่เนียนนุ่ม
การผัด นั้น ต้องใช้น้ำมัน ซึ่งน้ำมันสำหรับผัด ให้ใช้นำมันพืช และ เป็นน้ำมันใหม่ จะทำให้ไม่มีกลิ่นของอาหารอื่นๆ
ต้นหอม และ คื่นฉ่าย สุกแล้วเหี่ยวเร็ว ให้ใส่ในขั้นตอนสุดท้ายคะได้ผักที่มีความหอมและสีสวยงามพอดี

ผัดกระเพราหมูสับ

ส่วนผสมสำหรับทำผัดกระเพราหมูสับ

เนื้อหมูสับ 2 ขีด สับให้ละเอียดพอดีๆ ไม่ต้องละเอียดมาก
กระเทียม 2 กลีบ (บดให้ละเอียด)
น้ำมันพืชสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
ใบกะเพรา 1 หยิบมือ
พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต้ะ (บดให้ละเอียด)
น้ำซุปกระดูก 4 ช้อนโต้ะ
วิธีทำกระเพราหมูสับ

เริ่มจากการตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำลงไปต้มให้เดือด จากนั้นใส่หมูสับลงไปลวกให้สุก จากนั้นเทน้ำลวกทิ้ง และนำหมูสับขึ้นมาพักไว้ก่อน
จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ใส่พริกขี้หนูสวนและกระเทียมลงไป พอกลิ่นเริ่มหอม ให้ใส่เนื้อหมูสับลงไปผัด
ปรุงรสด้วย ซอสปรุงรส ซอสน้ำมันหอย น้ำปลา และ น้ำตาลทราย ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน
ใส่ใบกระเพราลงไปผัด และ เติมน้ำซุปลงไป ผัดต่อให้อาหารมีความหอมของใบกระเพรา เพียงเท่านี้ก็สามารถเสริฟ ทานกับข้าวหอมมะลิ และ พริกน้ำปลา
เคล็ดลับการทำผัดกระเพราหมูสับ

ใบกระเพรา สำหรับการเลือกใช้ใบกระเพรา ควรเลือกใช้ใบกระเพราแดง ซึ่งใบกระเพราชนิดนี้จะมีกลิ่นหอมมากกว่าใบกระเพราอื่นๆ โดยการเลือกใบกระเพรา นั้นใบกระเพราให้เลือกใช้ใบเล็ก และ ใบอ่อน เนื่องจากใบใหญ่กลิ่นจะอ่อนลง เวลาผัดให้กลิ่นหอมมาก
พริกสำหรับใช้ผัดใบกระเพรา แนะนำให้เลือกใช้ พริกขี้หนูสวน ซึ่งจะมีรสชาติเผ็ดอร่อย
การเลือกใช้กระเทียม แนะนำให้ใช้กระเทียมไทย เนื่องจากกลิ่นและสรรพคุณให้ความอร่อยมากกว่ากระเทียมจีน
การใช้ไฟในการผัดใบกระเพรา ให้ใช้ไฟแรง และผัดให้เร็วจะได้รสชาติที่อร่อย
ใบกระเพราเมื่อโดนผัดโดนความร้อนใบกระเพราจะเหี่ยวและเฉา ดังนั้นในการใส่ใบกระเพรา ให้ใส่เป็นขั้นตอนสุดท้าย
น้ำซุปจะใช่ให้ัดกระเพรามีความกลมกล่อมมากขึ้น ใส่น้ำซุปช่วยเพิ่มความหวานของผัดกระเพรา
เนื้อหมูสับ ให้เลือกใช้หมูสับส่วนสันคอ ซึ่งมีเนื้อนุ่มๆและมีมันหมูแทรก เวลานำมาผัดจะได้ความนุ่มของหมูอร่อยน่ารับประทาน หมูให้เลือกใช้หมูที่สดๆ เทคนิคการเลือกซื้อเนื้อหมู คือ เนื้อหมูแดง เนื้อแน่น ตึง
ประโชยน์ของใบกระเพรา สรรพคุณของใบกระเพรา คือ ช่วยแก้ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ ช่วยขับลม รักษาโรคผิวหนัง ไล่แมลง แก้ไอ ขับเสมหะ เป็นต้น
สำหรับเมนูนี้ สามารถใส่ผักอื่นๆผสมได้ เช่น ถั่วผักยาว พริกหยวก หรือ หัวหอมใหญ่
หมูสับ สำหรับหมูสับที่ใช้ในการผัด ให้นำหมูสับไปลวกให้สุกก่อน จะได้เนื้อหมูที่นุ่มอร่อย การนำหมูไปลวกก่อน จะได้เนื้อหมูที่นุ่ม หากนำหมูสับลงไปผััดเลยบางครั้งอาจทำให้เนื้อหมูแข็งกระด้างไม่น่ารับประทาน น้ำที่ใช้ในการลวกหมูให้เททิ้งไปเลย เนื่องจากมันจะมีความคาวอยู่

เสือร้องไห้

ส่วนผสมสำหรับทำเสือร้องไห้

เนื้อวัว หั่นแผ่นหนาประมาณ 1 เซ็นติเมตร 2-3 แผ่น
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ สำหรับทำน้ำจิ้ม
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ สำหรับทำน้ำจิ้ม
หอมแดงซอย 1 ลูก สำหรับทำน้ำจิ้ม
ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนชา สำหรับทำน้ำจิ้ม
ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต้ะ สำหรับทำน้ำจิ้ม
พริกป่น 1 ช้อนโต้ะ สำหรับทำน้ำจิ้ม
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา สำหรับทำน้ำจิ้ม
วิธีทำเสือร้องไห้

เริ่มด้วยการหมักเนื้อก่อน นำเนื้อไปทุบก่อน จากนั้นไปหมัก ด้วย ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย พริกไทยป่น และซอสน้ำมันหอย นวดให้ส่วนผสมเข้าเนื้อ นวดให้น้ำซึมเข้าเนื้อจนน้ำหมักแห้ง นำไปแช่เย็น 1 คืน
จากนั้นนำไปย่าง บนไปที่มีความร้อนปานกลาง หมันกลับทุก 2 นาที ย่างประมาณ 20 – 30 นาที ก็จะได้เนื้อย่างที่สุกพอดี
นำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ และจัดใส่จาน เตรียมรับประทาน
ทำน้ำจิ้ม โดย การ ผสม ข้าวคั่ว น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะนาว และ พริกป่น ผสมให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้ากัน
เสริฟเนื้อย่าง ทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่ว
เคล็ดลับการทำเสือร้องไห้

การเลือกเนื้อวัวให้เลือกเนื้อวัวส่วนที่ติดมัน และเป็นเนื้อที่ใหม่สด
ทุบเนื้อวัวให้บุบก่อน จะทำให้เนื้อนุ่ม
ใส่เครื่องหมัก นวด ให้เครื่องหมัก เข้าเนื้อ จากนั้นนำไปแช่ในตู้เย็น จนเครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ
การย่างเนื้อให้ใช้ไฟปานกลาง จำทำให้เนื้อสุกพอดีที่ด้านนอกและด้านใน หากใช้ไฟแรง เนื้อจะไหม ไฟอ่อน ก็ไม่สุก
ข้าวคั่ว ต้องใช้ข้าวเหนียวคั่วใหม่แบบสดๆ จะได้ข้าวคั่วที่หอม จะได้น้ำจิ้มที่หอมอร่อย
น้ำตาลสำหรับหมักให้ใช้น้ำตาลทราย แต่ น้ำตาลสำหรับทำน้ำจิ้มให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ
พริกป่น ให้เลือกใช้พริกขี้หนูสวนแห้ง นำมาป่นแบบใหม่ๆ จะได้พริกสีแดงสวย และมีรสเผ็ดอร่อย
สำหรับคนที่ไม่มีเตาสำหรับย่าง สามารถใช้กระทะย่าง โดยใส่น้ำมันแทนได้ หรือ ใช้เตาอบก็ได้ โดยใช้ความร้อน 250 องศา นาน 15 นาที ก้จะได้เนื้อย่างที่สุกพอดี

ปลาซาบะย่างซีอิ้ว

ส่วนผสมสำหรับทำปลาซาบะย่างซีอิ้ว

เนื้อปลาซาบะ ขนาดประมาณ 200 กรัม
มะนาวหั่น 3 ชิ้น
วาซาบิ 2 ช้อนชา
น้ำจิ้มทาริยากิ 1 ถ้วย
ขิงดอง ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 2 ถ้วยตวง ( สำหรัททำซอสทาริยากิ )
สาเก 1 ถ้วยตวง ( สำหรัททำซอสทาริยากิ )
ซีอิ๊วญี่ปุ่น หรือ ซอสโชยุ 1 ถ้วยตวง ( สำหรัททำซอสทาริยากิ )
วิธีทำปลาซาบะย่างซีอิ้ว

เตรียมทำน้ำซอสสำหรับหมัก และ ย่างปลาซาบะ โดยตั้งกระทะสำหรับทำน้ำซอส ใส้น้ำตาลลงไปเคี้ยวให้เป็นสีน้ำตาล จากนั้น ปรุงรสด้วย สาเก และ ซิอิ้วญี่ปุ่น หรือ ซอสโชยุ เคี้ยวให้เหนียวก็สามารถรับประทานได้
หมักปลาซาบะ กับซอสทาริยากิ ให้หมักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หมักในตู้เย็น เมื่อได้ตามเวลาที่ต้องการ ให้นำไปย่างได้
การย่างปลาซาบะ เราจะย่างในกระทะ เพราะต้องการเก็บน้ำซอสจากการย่างเอาไว้ ตั้งกระทะสำหรับย่าง ใส่น้ำมันนิดหน่อยพอให้ไม่ติดกระทะ นำปลาลงไปย่าง ไฟอ่อนๆ ย่างให้สุกเหลือง ทั้งสองด้าน
เสริฟ ปลาย่างซือิ้ว กับ ขิงดองซอย และ วาซาบิ ราดด้วยน้ำที่ได้จากการย่างปลา ทานกับ น้ำจิ้มทาริยากิ และ ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ
เคล็ดลับการทำปลาซาบะย่างซิอิ้ว

ปลาซาบะ ต้องเลือกปลาซาบะที่สดใหม่ การสังเกตุปลาสดๆ ให้ดูที่ ความสมบูรณ์ของตัวปลา ตาปลาซาบะใส เหงือกแดง หนังตึง เนื้อแน่น ไม่มีกลิ่นเน่า
การแล่เนื้อปลา ให้แล่ตามแนวก้ากปลา จะทำให้ได้เนื้อปลาที่ไม่ก้างปลาติดออกมาด้วย
เทคนิคการย่างปลาซาบะ เราใช้กระทะในการย่าง การย่างปลาไม่ต้องกลับปลาบ่อย ให้สุดครึ่งตัว และ จึงกลับด้าน เนื้อปลาจัสุกและหนังกรอบ หอมและ หวานซอสที่มีกลิ่นของปลา ไม่ต้องใส่น้ำมันมา เพราะจพทำให้มันเกินไป
การกินปลาซาบะย่าง ต้องกินขณะที่ปลาร้อนๆ เนื่องจากปลาที่ร้อนๆอยู่ นั้นเนื้อปลาจะนุ่ม และ ชุ่มน้ำ หากปล่อยให้ปลาเย็น และแห้ง เนื้อปลาจะแข็ง และไม่ชุ่มน้ำซอส จะไม่น่ารับประทาน

พวงนมหมูย่าง

ส่วนผสมสำหรับทำพวงนมหมูย่าง

พวงนมหมู แล่เป็นแผ่น ขนาดหนาประมาณ 1 นิ้ว สำหรับย่าง
นมสด 1 ถ้วยตวง
ซอสปรุงรส 3 ช้อนโต้ะ
ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
กระเทียมบด 1 ช้อนโต้ะ
พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ
รากผักชีบด 1 ช้อนโต้ะ
วิธีทำพวงนมหมูย่าง

หมัก พวงนมหมู ด้วย นมสด รากผักชี กระเทียม พริกไทย ซอสปรุงรส ซอสถั่วเหลือง และน้ำตาล
นวดให้เครื่องหมักซึมเข้าพวงนมหมูจนแห้ง จากนั้นนำไปแช่เย็น 3 ชั่วโมง ก็สามารถนำมาย่างได้
เตรียมเตาถ่านย่าง โดยใช้ไปย่างที่ปานกลาง ไม่แรง หรือ อ่อนเกินไป
นำพวงนมหมูลงไปย่างบนตะแกรง โดยกลับหน้าพวงนมหมู ทุก 5 นาที อย่าให้มีรอยไหม้
เมื่อพวงนมหมูสุดดีแล้ว ก็สามารถนำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่ว และ ข้าวเหนียวร้อนๆ
เคล็ดลับการทำพวงนมหมูย่าง

การเลือกพวงนมหมู ให้เลือกพวงนมหมูที่สดๆ โดยการเลือกพวงนมหมูให้ดูสีของพวงนมหมูว่ามีสีสด ลักษณะของเนื้อแน่น ไม่มีสีคล้ำ
การล้างพวงนมหมูให้สะอาดจะทำให้ หมูไม่คาว เทคนิคการล้างหมูให้สะอาด ต้องล้างด้วยน้ำเกลือ
การหั่นพวงนมหมู ให้หั้นเป็นแผ่นความหนาพอดี ไม่หนา หรือ บางเกินไป เนื่องจาก หากหั่นหนา เวลาย่างจะสุดถึงด้านในยาก หากหั่นบางเกินไป ก้จะสุกเร็ว และ เนื้อน้อย ไม่น่ารับประทาน
เทคนิคการหมักหมู ให้ทำการนวดให้เครื่องหมักเข้าเนื้อ และ นำไปแช่เย็น จะทำให้เนื้อหมูมีรสชาติดี
การย่าง เทคนิคการย่างหมู ให้ใช้ไฟขนาดปานกลาง ไม่อ่อน หรือ แรงเกินไป
เทคนิคการทำให้หมูไม่ไหม้เวลาย่าง คือ การทากะทิ ที่ผิวของหมู จะทำให้หมูไม่ไหม้เกรียม เหมือนกับหมูสะเต๊ะ ที่ไม่มีรอยไหม้เกรียม เพราะว่าการทากะทิที่ผิวหมูเวลาย่าง นอกจากจะทำให้หมูไม่ไหม้ ยังทำให้หมูชุ่ม อร่อย
นมสด จะช่วยให้เนื้อหมูมีความนุ่มมัน เมื่อผสมกับส่วนผสมอื่นๆทำให้รสชาติกลมกล่อมมากขึ่น
พวงนมหมูย่าง ต้องทานคู่กับ น้ำจิ้มแจ่ว โดย ส่วนผสมของน้ำจิ้มแจ่ว ประกอบด้วย น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต้ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ และ พริกป่น 1 ช้อนโต้ะ

ห่อหมกทะเล

ส่วนผสมสำหรับทำห่อหมกทะเล

กุ้ง 10 ตัว
ปลาหมึก หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 10 ชิ้น
หอยนางรม 10 ตัว
เนื้อปูนึ่ง 3 ช้อนโต้ะ
เนื้อปลากราย 1 ตัว
มะพร้าวอ่อน 1 ลูก
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
พริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
หัวกะทิคั้นสด 1 ถ้วยตวง
หางกะทิคั้นสด 1 ถ้วยตวง
ใบมะกรูด ซอย 1 ช้อนโต้ะ
ใบโหระพา 1 กำมือ
พริกชี้ฟ้าสด หั่นแบบเฉียงๆ 2 ช้อนโต้ะ
ใบยอ 2-3 ใบ
วิธีทำห่อหมกทะเล

ให้เตรียม มะพร้าว ก่อน สำหรับเอามาใส่ห่อหมกนำไปนึ่ง ให้ตัดหัวมะพร้าวอ่อนออก ให้สามารถตักอาหารได้โดย
เตรียมผสมพริกแกงกับเครื่องปรุง โดย ให้หากภาชนะสำหรับคลุก เช่น ชามใบใหญ่ๆ ใส่ พริกแกงเผ็ด พร้อมด้วยเนื้อปลากรายลงไป ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา
จากนั้นใส่ หัวกะทิคั้นสด และ หางกะทิคั้นสดลงไป นวดให้กะทิเข้าเนื้อ แล้วจึงใส่ ใบมะกรูด พริกสด นวดให้ส่วนผสมเข้ากัน
ใส่ กุ้ง หอย ปู และ ปลาหมึกลงไป ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง 30 นาที ให้พริกแกงเข้าเนื้อก่อน
นำไปนึ่ง โดย ต้องเตรีมหม้อนึ่งก่อน ให้น้ำเดือดจัด
เตรียม นำ เอามะพร้าวที่เตรียมเอาไว้ วางใบยอ และ ใบโหระพาด้านล่าง จากนั้น เทพริกแกงที่ปรุงเอาไว้ลงไป ประมาณ 3 ส่วนสี่ของมะพร้าวพอ
นำไปนึ่งใช้เวลา 45 นาที ก็จะได้ ห่อหมกทะเลแสนอร่อย โดยก่อนเสริฟให้ โรยหน้าด้วยหัวกะทิ
เคล็ดลับการทำห่อหมกทะเล

เมนูห่อหมกทะเล จะใช้มะพร้าวอ่อน เป็นภาชนะ ความอร่อยของมะพร้าวอ่อน คือ ความหวานมันที่ออกมาจากมะพร้วจะทำให้อาหารน่ากิน
เนื้อปลากราย ยังจำเป็นสำหรับเมนูห่อหมกทะเล ต้องเลือกใช้เนื้อปลาสดๆ ขูดแบบใหม่ๆของวันเลย
การแล่เนื้อปลา ต้องแร่เอาแต่เนื้อไม่ให้มีก้าง ติดมา เนื่องจากห่อหมกถ้ามีก้างปลาอาจติดคอ และทำให้เสียความอร่อยของเมนูห่อหมกไป
การหมักเครื่องแกงก่อนนำไปนึ่ง เป็นส่วนสำคัญ ต้องหมักให้ส่วนผสมเข้าเนื้อปลา ถึงจะได้รสห่อหมก
กุ้ง หอย ปู และ ปลาหมึก ต้องเลือกใช้ วัตถุดิบที่สดใหม่ จึงทำให้อาหารอร่อย

ปลานิลนึ่งเต้าซี่

ส่วนผสมสำหรับทำปลานิลนึ่งเต้าซี่

ปลานิล 1 ตัว(ล้างให้สะอาด)
เต้าซี่ 2 ช้อนโต๊ะ
เห็ดหอมหั่น 3 ช้อนโต้ะ
ขิงซอย 3 ช้อนโต๊ะ
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
กระเทียมบด 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1 ช้อนชา
ต้นหอมหั่นยาว 3 ช้อนโต้ะ
พริกสดหั่น 3 ช้อนโต้ะ
วิธีทำปลานิลนึ่งเต้าซี่

แล่ปลานิล เอาเฉพาะส่วนเนื้อ จากนั้นนำมาหมักด้วย เต้าซี่ เห็ดหอม ขิง ซอสน้ำมันหอย ซอสถั่วเหลือง น้ำตาล กระเทียม น้ำตาล พริกสด และ ต้นหอม
นำเนื้อปลาและส่วนผสมทั้งหมดลงไปนึ่ง ประมาณ 15-30 นาที เสริฟ กับข้าวง่ายๆ
เคล็ดลับการทำปลานิลนึ่งเต้าซี่

ปลานิล ให้เลือกเนื้อปลานิลที่สดๆ การสังเกตุความสดของปลา ดูจาก ตาของปลาใส เหงือกปลาแดง ลักษณะของตัวปลาเนื้อปลาแน่นตึงด้ง ไม่มีกลิ่นเน่า
การล้างปลา เป็น เคล็ดลับการทำให้ปลาไม่คาว นอกจากจะเลือกปลาที่สดแล้ว ต้องล้างปลาให้สะอาด ไม่มีเมือกปลา เกาะติด เทคนิคการล้างให้ใช้ แป้งมันถุที่ตัวปลา แป้งมันจะเกาะจับเมือกปลา ทำให้เมือกหลุดไปกับ แป้ง และ ล้างด้วยเกลืออีกครั้งหนึ่ง
การแล่เนื้อปลา ให้แล่เนื้อปลาคามแนวก้างปลา คือ แล่จากหัวไปหาง จะทำให้เนื้อปลาไม่ติดก้าง เวลากินไม่มีก้างจะได้อร่อย
การตั้งหม้อนึ่ง ให้นำตั้งหม้อนึ่งให้ร้อนก่อน จึงค่อนนำปลาลงไปนึ่ง
ให้ในพลาสติกซิลอาหาร ห่อจานนึ่งก่อน เพื่อไอน้ำจะได้ไม่ตกลงไปในจานนึ่ง หากไอน้ำเกาะจานนึ่ง จะทำให้รสชาติของซอสจางลง ไม่อร่อย

ทอดมันปลากราย

ส่วนผสมสำหรับทำทอดมันปลากราย

เนื้อปลากรายบด 1 ถ้วยตวง
ไข่ไก่ 2 ฟอง
ถั่วฝักยาว ซอยบางๆ 10 ช้อนโต้ะ
ใบมะกรูด ซอย 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วยตวง (ปริมาณให้ท่วมปลากรายที่จะทอด)
แตงกวา หั่นเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ 1 ถ้วยตวง
ถั่วลิสงคั่วบด 3 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต้ะ
น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต้ะ
พริกขี้หนูสวนบด 1 ช้อนชา
ใบกระเพรา 1 กำมือ
วิธีทำทอดมันปลากราย

เริ่มจากการทำน้ำจิ้มก่อน โดยตั้งหม้อต้ม ใส่ น้ำเปล่า น้ำตาลทราย เกลือ และ น้ำส้มสายชู เคี้ยวจนเริ่มเหนียวก็ปิดไป ทิ้งเอาไว้ให้น้ำจิ้มเย็น และ เซ็ตตัว เวลาเสริฟน้ำจิ้ม ให้ใส่ พริกสดบด แตงกวา และ ถั่วลิสงคั่วบด ลงไปผสม
เริ่มทำทอดมัน โดย นำพริกแกงเผ็ด ปรุงรส ด้วย ไข่ไก่ น้ำตาลปี๊บ และ เกลือ ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นใส่เนื้อปลากรายลงไป
นวดให้เนื้อปลากรายเข้ากับพริกแกงเผ็ด จากนั้นใส่ถั่วฝักยาว และ ใยมะกรูดซอยลงไป นวดให้ถั่วฝักยาวเข้ากันกับเนื้อทอดมัน หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 3 ชั่วโมง เมื่อหมักได้ที่จะเริ่มทอดกันโดย
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ใช้ไฟปานกลาง ใส่ใบกระเพราลงไปทอดให้กรอบ จากนั้นนำมาพักเอาไว้ก่อน
ใช้น้ำมันเดิม ปั่นทอดมันเป็นก้อนกลมๆลักษณะแบน ใส่ลงไปทอดให้เหลืองสุก และนำขึ้นพักให้ทอดมันสะเด็ดน้ำมัน
เสริฟทอดมัน โรยหน้าด้วยใบกระเพรากรอบ ทานคู่กับน้ำจิ้มอาจาดรสเด็ด
เคล็ดลับการทำทอดมันปลากราย

การเลื้อเนื้อปลากรายบด ให้เลือกใช้เนื้อปลากรายสดๆ โดยให้สังเกตุจากสีของเนื้อปลากรายจะมีสีชมพู
เทคนิคการนำเนื้อปลากรายมาทำอาหาร ให้นำเนื้อปลากรายให้แช่เย็น เนื่องจากความเย็นจะช่วยทำให้เนื้อปลาเกาะตัวเป็นรูปทรงดี
ไข่ไก่ จะช่วยให้เนื้อปลากรายจับตัวเป็นชิ้นไม่แตกเวลาลงไปทอด
พริกแกงเผ็ด หากโขรกเอง จะช่วยให้สามารถควบคุส่วนผสมได้ดี
น้ำมันพืชสำหรับทอด ให้เลือกใช้น้ำมันใหม่ นำใบกระเพราลงไปทอดก่อน น้ำมันที่ทอดใบกระเพราจะมีกลิ่นหอม ทำให้ทอดมันมีกลิ้นหอมน่ากิน
การปรุงรสทอดมันนั้น หากไม่มั่นใจในรสชาติให้ปรุงรสอ่อนๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยเติมน้ำตาลและน้ำปลา เพิ่มหากรสชาติยังไม่ดี
ใบกระเพรา ต้องล้างให้สะอาด และสะบัดให้สะเด็ดน้ำก่อน เนื่องจากหากมีน้ำคั่งค้าง เวลาทอดจะทำให้ทอดมันมีรสจืด
ใบมะกรูด ให้เลือกใช้ใบไม่แก่มาก และไม่อ่อนมาก ใบอ่อนสีเขียวอ่อน รสจะไม่ค่อยหอม และให้เอาส่วนของแกนใบออก เพราะแกนใบมะกรูดให้รสขมไม่น่ากิน

ปลากระพงราดน้ำปลา

ส่วนผสมสำหรับทำปลากระพงราดน้ำปลา

ปลากะพง 1 ตัวขนาด 500 กรัม
น้ำปลา 3 ช้อนโต้ะ
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับทอด 1 ขวด (ปริมาณน้ำมันให้ท่วมเนื้อปลา)
มะม่วงแก้วดิบ ซอยเป็นเส้น 1 ลูก ปริมาณให้พอสำหรับถ้วยน้ำจิ้ม
หอมหัวแดง ซอย 3 ช้อนโต้ะ
พริกขี้หนูสวน บด 2 ช้อนโต้ะ
ถั่วลิสง ทอด 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพดสำหรับทอดปลา
วิธีทำปลากระพงราดน้ำปลา

เริ่มจากการล้างปลากระพงให้สะอาด ขอดเกล็ดปลาให้หมด แผ่ปลาออกเป็นแผ่น และ เอาก้างกลางออก เอากล้างออกเท่าที่จะทำได้ ล้างปลาให้สะอาด ตัดเหงือกออก
จากนั้น โรยเกลือที่ผิวปลาเล็กน้อย โรยแป้งข้าวโพดให้ทั่วตัวปลา
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ไฟปานกลาง จากนั้นนำปลากระพงลงไปทอด โดยต้องทอดให้สุก เหลืองกรอบ จากนั้น จัดใส่จาน รอน้ำซอส
เตรียมน้ำซอส โดย ตั้งกระทะ ใส้น้ำตาลปี๊บลงไปคั่วในกระทะ ให้ออกสีน้ำตาล จากนั้นใส่น้ำเปล่าลงไปนิดหน่อย ปรุงรสด้วย น้ำปลา พริกไทยป่น และ น้ำส้มสายชู เคี้ยวให้ซอสเหนียว ก็เสริฟใส่ถ้วยน้ำจิ้ม ใส่ มะม่วงดิบ หอมแดงซอยลงไป พร้อมด้วยถั่วลิสงคั่ว
เสริฟ ปลากระพงทอด พร้อมกับซอสน้ำปลาหวาน แสนอร่อย
เคล็ดลับการทำปลากระพงทอดน้ำปลา

การเลือกปลากระพง ให้เลือกปลากระพงขนาด 5 ขีด เป็นปลาที่ขนาดพอเหมาะสำหรับทำอาหารเมนูปลากระพง การเลือกซื้อปลากระพง ให้ใช้ปลาที่สดใหม่เท่านั้น เคล็ดลับการเลือกซื้อปลา คือ ให้ดูเหงือกปลาต้องแดงสด เนื้อปลาแน่น ไม่มีเมือกมากเกินไป ไม่มีสีคล่ำ ไม่มีกลิ่นเน่า
เทคนิคการทอดปลาใหน้ำมันไม่กระเด็น สาเหตุของน้ำมันที่กระเด็น คือ น้ำที่อยู่ในตัวปลา วิธีการทำ คือ ทำให้ปลาแห้งก่อนนำปลาลงไปทอด
การล้างปลา ให้ล้างปลาให้สะอาด โดยต้องไม่ให้เลหือ เมือกของปลา เนื่องจาก เมือกปลาส่วนนี้ทำให้ปลาคาว และ ให้ตัดเหงือกออกด้วย
การคลุกเกลือที่ตัวปลาก่อนนำไปทอดจะช่วยให้ปลาไม่ติดกระทะ
คลุกแป้งข้าวโพดด้วย จะช่วยให้เนื้อปลามีสีสวยเหลืองกรอบ
น้ำตาลสำหรับนำมาทำซอส ให้คั่วน้ำตาลให้ออกสีน้ำตาลก่อน น้ำตาลเกือบไหม้จะมีความหอมที่แตกต่างจากน้ำตาลทั่วไป
ถั่วลิสงคั่ว ให้เลือกให้ถั่วลิงสงคั่วที่สดๆ จะมีความหอม กรอบ และ ไม่มีกลิ่นหืน
มะม่วงดิบ ให้เลือกใช้มะม่วงเปรี้ยว รสเปรี้ยวจะเพิ่มความอร่อยให้ซอสแบบเข้ากัน